การรับรองมูลนิธิ สมาคม หรือองค์กรภาเอกชน เป็นองค์กรสาธารณประโชยน์

ด้วย พระราชบัญญัติส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคม พ.ศ. 2546 และที่แก้ไขเพิ่มเดิม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2550 กำหนดให้มูลนิธิ สมาคม และองค์กรภาคเอกชน หรือกลุ่มชมรมที่มีวัตถุประสงค์ในการจัดสวัสดิการสังคมหรือมีผลการดำเนินงานเกี่ยวกับการจัดสวัสดิการสังคม สามารถขอรับรองเป็นองค์กรสาธารณประโยชน์ได้ เพื่อรับรองเป็นองค์กรสาธารณประโยชน์และให้เข้ามามีส่วนร่วมและได้รับการส่งเสริมสนับสนุนตามกฎหมาย หากท่านสนใจสามารถตรวจสอบคุณสมบัติและยื่นเอกสารคำขอรับรองมายังสำนักงานฯ ตั้งแต่บัดนี้ จนถึงวันศุกร์ที่ 30 ธันวาคม 2565

ดาวน์โหลดเอกสาร


Share:



คัดเลือก เด็กและเยาวชนดีเด่นแห่งชาติ และผู้ทำคุณประโยชน์ต่อเด็กและเยาวชน ประจำปี 2565

กรมกิจการเด็กและเยาวชน จะดำเนินการสรรหา พิจารณา คัดเลือก ประกาศยกย่อง เด็กและเยาวชนดีเด่นแห่งชาติ และผู้ทำคุณประโยชน์ต่อเด็กและเยาวชน ประจำปี 2565 เพื่อเข้ารับพระราชทานรางวัลเด็กและเยาวชนแห่งชาติ และผู้ทำคุณประโยชน์ต่อเด็กและเยาวชน เนื่องในวันเยาวชนแห่งชาติ ประจำปี 2565


Share:



การเสนอชื่อองค์การที่มีกิจกรรมทางสังคมดีเด่น ประจำปี 2565 (องค์กรธุรกิจ)

ด้วย กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จัดประชุมคณะอนุกรรมการคัดเลือกอาสาสมัครดีเด่นและองค์กรที่มีกิจกรรมทางสังคมดีเด่น ในคณะกรรมการส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคมแห่งชาติ ครั้งที่ 2/2564 เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 16 ธันวาคม 2564 ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (โปรแกรม ZOOM Cloud Meeting) ที่ประชุมมีมติเห็นชอบการประกาศเกียรติคุณอาสาสมัครดีเด่นและองค์การที่มีกิจกรรมทางสังคมดีเด่น เนื่องในโอกาสวันสังคมสงเคราะห์แห่งชาติและวันอาสาสมัครไทยประจำปี 2565

                   จังหวัดภูเก็ต โดยสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด จึงขอเชิญชวนท่านเสนอชื่อองค์การที่มีกิจกรรมทางสังคมดีเด่น ประเภทองค์กรธุรกิจ ตามหลักเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกองค์การที่มีกิจกรรมทางสังคมดีเด่น  โดยดำเนินการ ดังนี้

  1. กรอกรายละเอียดข้อมูลองค์กรที่ได้รับการคัดเลือกในแต่ละประเภท ลงในแบบกรอกประวัติย่อองค์การที่มีกิจกรรมทางสังคมดีเด่น ประเภทละ 1 องค์กรๆ ละ 2 ชุด โดยพิมพ์เป็นไฟล์ Microsoft Word ด้วยอักษร TH SarabunPSK ขนาด 16 ความยาวไม่เกิน 1 หน้ากระดาษ A4 
  2. กรอกรายละเอียดแบบเสนอข้อมูลองค์กรที่ได้รับการเสนอชื่อเป็นองค์การที่มีกิจกรรมทางสังคมดีเด่น พร้อมจัดทำเป็นรูปเล่ม ประเภทละ 1 องค์กรๆ ละ 2 ชุด
  3. จัดเตรียมไฟล์รูปตราสัญลักษณ์องค์กร สกุลไฟล์ JPG
  4. บันทึกข้อมูลในข้อ 1 – 4  ในรูปแบบไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ เช่น PDF ,QR CODE

                   ทั้งนี้ ขอให้จัดส่งเอกสารข้อมูล ตามข้อ 1-4 มายังสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดภูเก็ต ชั้น 2 ศูนย์ราชการจังหวัดภูเก็ต ถนนท่าแครง ต.ตลาดเหนือ อ.เมือง จ.ภูเก็ต ภายในวันที่ 8 เมษายน 2565  เพื่อรวบรวมผลงาน เสนอต่อคณะอนุกรรมการคัดเลือกอาสาสมัครดีเด่นจังหวัดภูเก็ต พิจารณากลั่นกรอง และดำเนินการส่งไปยังสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคมแห่งชาติ ตามกำหนด ต่อไป

  • หลักเกณฑ์การคัดเลือกองค์การ.docx
  • หลักเกณฑ์การคัดเลือกองค์การ.pdf
  • แบบกรอกประวัติย่อองค์การที่มีกิจกรรมทางสังคมดีเด่น ประจำปี 2565.docx
  • แบบกรอกประวัติย่อองค์การที่มีกิจกรรมทางสังคมดีเด่น ประจำปี 2565.pdf
  • แบบเสนอข้อมูลองค์การ.doc
  • แบบเสนอข้อมูลองค์การ.pdf
  • คำอธิบายรายละเอียด องค์กร.docx
  • คำอธิบายรายละเอียด องค์กร.pdf
  • หน่วยงานที่เสนอ-รายการตรวจสอบ.docx
  • หน่วยงานที่เสนอ-รายการตรวจสอบ.pdf

Share:



ผู้แสดงความสามารถ

 

 

“ผู้แสดงความสามารถ ไม่ใช่ขอทาน
ผู้แสดงความสามารถ คือ ผู้ทำการแสดงแก่ผู้ชม
ผู้ฟัง ไม่ว่าจะเป็นการเล่นดนตรี หรือการแสดง
อื่นใด ซึ่งทำให้ผู้ชมหรือผู้ฟังเกิดความพึงพอใจ
ต่อการแสดงนั้น โดยส่งมอบเงินหรือทรัพย์สินให้
เป็นการตอบแทน”

คู่มือการดำเนินงาน
ผู้แสดงความสามารถ ตามพระราชบัญญัติ ควบคุมการขอทาน พ.ศ.2559
ขั้นตอน การขอมีบัตรประจำตัวผู้แสดงความสามารถ

ผู้แสดงความสามารถประสงค์จะขอมีบัตรประจำตัวผู้แสดงความสามารถ เตรียมเอกสารที่ใช้ดังนี้

   เอกสารอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้

  • บัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรที่ทางราชการออกให้
  • สูติบัตรสำหรับบุคคล อายุต่ำกว่า 7 ปี
  • หนังสือรับรองการเกิดตามแบบที่กรมการปกครองกำหนด2) รูปถ่าย ขนาด 1 นิ้ว (ถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือน 2 รูป)
  • หลักฐานที่แสดงว่ามีความสามารถ เช่น หนังสือรับรองการอบรม ประกาศนียบัตร หรือรางวัล ที่ได้รับจากการแสดงความสามารถ หรือสิ่งอื่นใด (ถ้ามี)

เจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบเอกสารให้เรียบร้อย และให้ผู้แสดงความสามารถกรอกรายละเอียดในแบบคำขอมีบัตรประจำตัวผู้แสดงความสามารถ

  • ส่วนกลาง ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง กรุงเทพมหานคร (บ้านมิตรไมตรี)
  • ส่วนภูมิภาค ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัด ทุกจังหวัด

ผู้ขอมีบัตรต้องแสดงความสามารถต่อหน้าเจ้าหน้าที่หรือคณะบุคคลที่ได้รับมอบหมาย

  • ควรพิจารณา พิจารณาจากความไพเราะ ความงดงามหรือความสามารถ ในการแสดงนั้นๆ ทั้งนี้ให้อยู่ ในดุลยพินิจของผู้ได้รับมอบหมาย
  • เห็นควรออกบัตร ดำเนินการออกบัตรให้แล้วเสร็จภายใน 7 วัน
  • หากไม่เห็นควรออกบัตร ให้แนะนำผู้แสดง ความสามารถพัฒนาความสามารถมากขึ้น แล้วกลับมาแสดงใหม่ในภายหลังได้

เมื่อผู้มีบัตรผ่านการพิจารณาของเจ้าหน้าที่แล้วให้ดำเนินการดังนี้ (สำหรับเจ้าหน้าที่)

  • เข้าเว็บไซต์ www.talentshow.dsdw.go.th เพื่อเข้าสู่ระบบฐานข้อมูลผู้แสดงความสามารถ
  • กรอกชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และรายละเอียดข้อมูลตามคำแนะนำในคู่มือ
  • นำข้อมูลที่ปรากฏในฐานข้อมูลมาพิมพ์ลงในบัตรประจำตัวผู้แสดงความสามารถที่กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการจัดส่งให้ ด้วยเครื่องพิมพ์ดีดไฟฟ้าหรือเขียนด้วยลายมือแบบบรรจงชัดเจนและอ่านง่าย
  • ติดรูปถ่ายขนาด 1 นิ้ว 1 ใบ
  • ประทับตรากระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ให้ทับรูปถ่ายผู้แสดงความสามารถที่มุมขวาล่าง
  • เสนอให้หัวหน้าหน่วยงานของที่ทำการออกบัตร ลงนามในบัตร
  • ให้ผู้แสดงความสามารถ ลงลายมือชื่อในบัตร และให้นำไปยื่นต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่น เมื่อไปแจ้งทำการแสดงต่อไป

ผู้แสดงความสามารถได้รับบัตรแล้ว เมื่อจะไปแสดงที่ใด ก็ให้แจ้งแก่เจ้าพนักงานท้องถิ่นในเขตพื้นที่นั้น

  • นายก อบต. สำหรับในเขตองค์การบริหารส่วนตำบล
  • นายกเทศมนตรีสำหรับในเขตเทศบาล
  • นายกเมืองพัทยา สำหรับในเขตเมืองพัทยา
  • ผู้ว่า กทม. สำหรับในเขต กทม.
  • ผู้บริหารท้องถิ่น หรือหัวหน้าของคณะผู้บริหารท้องถิ่นสำหรับในเขตองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีกฎหมายจัดตั้งแต่มิใช่องค์การบริหารส่วนจังหวัด

เอกสารสำหรับพนักงานท้องถิ่น

  • แบบใบแจ้งของผู้ประสงค์จะแสดงความสามารถตาม พ.ร.บ. ควบคุมการขอทาน พ.ศ.2559
  • หนังสือมอบอำนาจ (กรณีได้รับมอบอำนาจจากผู้แสดงความสามารถ)
  • ใบรับแจ้งของเจ้าพนักงานท้องถิ่น

Share:



สิทธิประโยชน์สำหรับเด็กและเยาวชน

โครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด

ถ. ศรีสุทัศน์ ตำบล รัษฎา อำเภอเมืองภูเก็ต ภูเก็ต 83000

Facebook : บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดภูเก็ต

โทร : 

 

 

 


Share:



กองทุนคุ้มครองเด็ก

กรอบทิศทางในการจัดสรรเงินกองทุนคุ้มครองเด็ก ได้จำลำดับความสำคัญ เพื่อให้มีการให้น้ำหนักกับงานที่ต้องส่งเสริมให้มีการดำเนินงานตามลำดับดังนี้

1. การพัฒนาระบบคุ้มครองเด็ก

  • การจัดทำฐานข้อมูลเด็กกลุ่มต่างๆ
  • การจัดทำแผนบูรณาการด้านการคุ้มครองเด็กร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชนในพื้นที่
  • มีการพัฒนาระบบงาน เพื่อให้การช่วยเหลือเด็กที่ถูกลวงละเมิดทางเพศ ถูกทารุณกรรม ถูกนำไปแสวงหาประโยชน์ อย่างเป็นระบบ
  • การพัฒนาทีมสหวิชาชีพและบุคลากรผู้ทำงานด้านเด็กให้มีความรู้ มีทักษะในการปฏิบัติงาน
  • การส่งเสริมพัฒนาเครือข่ายให้มีส่วนร่วมในการคุ้มครองเด็ก
  • มีการเฝ้าระวังปัญหาเด็กในชุมชน
  • การติดตามและประเมินผลการดำเนินงานคุ้มครองเด็ก

2. การส่งเสริมศักยภาพองค์กรการปกครองส่วนท้องถิ่นในการคุ้มครองเด็ก

  • การทำกิจกรรมหรือโครงการที่มีการบรูณาการปฏิบัติงานร่วมกัน ระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน และเครือข่ายในพื้นที่
  • การจัดตั้งกลไกต่างๆเพื่อการคุ้มครองเด็กและครอบครัว
  • การส่งเสริมองค์กรด้านเด็กและครอบครัวให้มีความเข้มแข็ง เพื่อให้มีบทบาทดูแลเด็กและครอบครัวในชุมชน
  • การทำกิจกรรม เพื่อตรวจตราสถานที่เสี่ยงสำหรับเด็ก
  • การทำกิจกรรม เพื่อเปิดเวทีให้เด็กและเยาวชนได้แสดงออกถึงความคิดเห็นและสภาพปัญหา
  • การจัดทำฐานข้อมูลเด็กกลุ่มต่างๆในชุมชน

3. การพัฒนาเด็กและเยาวชน

  • ให้เด็กมีความผูกพันในครอบครัว ภาคภูมิใจในความเป็นไทย มีทักษะอาชีพ และเคารพสิทธิผู้อื่น
  • ให้เด็กมีสุขภาพ และพลานามัยแข็งแรง รู้จักป้องกันตัวเองจากโรค และสิ่งเสพติด
  • มีเจตคติที่ดีต่อการทำงาน
  • รู้จักคิดอย่างมีเหตุผลและมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
  • รู้จักที่จะช่วยเหลือผู้ที่ด้อยโอกาสและมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชนและประเทศชาติ

4. การป้องกันและแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชน

  • การแก้ไขเด็กและเยาวชนในพื้นที่
  • การวางระบบการป้องกัน แก้ไข และเฝ้าระวังปัญหาเด็กและเยาวชนในพื้นที่
  • การส่งเสริมให้เด็กมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนในพื้นที่
  • การส่งเสริมให้ชุมชน สถานศึกษา องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานภาครัฐและเอกชน ร่วมกันแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนในพื้นที่

5. การส่งเสริมศักยภาพครอบครัวเพื่อการเลี้ยงดูบุตรอย่างเหมะสม

  • มีการให้ความรู้แก่ บิดา มารดา ผู้ปกครองเกี่ยวกับการเลี้ยงดูเด็กแต่ละช่วงวัย การแก้ปัญหาพฤติกรรมของเด็กแต่ละช่วงวัย การเลี้ยงดูเด็กที่ต้องการ และการดูแลเด็กเป็นพิเศษ
  • การให้ความรู้แก่ บิดามารดา หรือผู้ปกครอง ในเรื่องการสร้างสัมพันธภาพที่ดีในครอบครัวเพื่อให้เกิดความผ่าสุขและความเป็นอยู่ที่เหมาะสม
  • มีการจัดกิจกรรมให้เด็กและครอบครัวได้ทำกิจกรรมร่วมกันเพื่อกระชับความสัมพันธภาพหรือแก้ไขปัญหาและประเด็กต่างๆ
  • มีการส่งเสริมให้มีการจัดตั้งกลไก หรือการบริการให้คำปรึกษาแก่ครอบครัวที่ประสบปัญหาในการเลี้ยงดูบุตร
  • มีการพัฒนาศักยภาพครอบครัวให้รู้เท่าทันความเปลี่ยนแปลงของกระแสโลกาภิวัฒน์ที่ส่งผลให้เกิดปัญหาต่อเด็กและเยาวชน
  • การส่งเสริมให้ครอบครัวมีกิจกรรมเกี่ยวข้องกับ โรงเรียน วัด และชุมชน เพื่อใช้กิจกรรมเป็นเครื่องอบรมขัดเกลาและพัฒนาเด็ก

6. การประชาสัมพันธ์ เผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับการคุ้มครองเด็ก

  • มีการสร้างความรู้ความเข้าใจและความตระหนัก เพื่อให้ประชาชนทั่วไป ผู้บริหาร สถานศึกษา ครู บุคลากรด้านสาธารณสุขและอื่นๆ รับทราบบทบาทตามที่กฎหมายกำหนดและมีส่วนร่วมเฝ้าระวังปัญหาเด็กในชุมชน
  • มีการผลักดันสื่อประเภทต่างๆที่เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายและสถานการณ์ ที่เกี่ยวกับการคุ้มครองเด็ก เพื่อประชาสัมพันธ์และสร้างกระแสให้สังคม เพื่อตระหนักถึงความสำคัญของการคุ้มครองเด็กในชุมชน

ดาวน์โหลดเอกสาร

คู่มือการปฏิบัติงานกองทุนคุ้มครองเด็ก

กรอบ / แนวทาง


Share:



Social media & sharing icons powered by UltimatelySocial